วันพฤหัสบดีที่ 15 สิงหาคม พ.ศ. 2556

Windows 8 ติดตั้งง่ายกว่าที่คิด ตอนที่ 2

Windows 8 ติดตั้งง่ายกว่าที่คิด ตอนที่ 2


หลังจากที่เราได้ดู Windows 8 ติดตั้งง่ายกว่าที่คิด ตอนที่ 1 ไปแล้ว คราวนี้เรามาดูกันต่อในตอนที่ 2 กันเลยครับ ที่จริงก็ไม่ได้ตั้งใจจะทำเป็นตอน ๆ หรอกครับ แต่รูปที่แสดงมันเยอะไปครับ เลยขอแบ่งออกเป็นตอน ๆ ครับ มาดูต่อกันเลยครับป๋ม
Windows 8 ติดตั้งง่ายกว่าที่คิด ตอนที่ 2
เริ่มต้นจากหน้าตาของการตั้งค่าหลังจากที่ Restart ผ่านไปแล้วหนึ่งครั้งครับ ตรงส่วนนี้ Windows 8 ให้เราเลือกสีสันต่าง ๆ ของ Theme ได้ตามใจชอบครับ เลือกเอาสักสีที่ถูกใจครับ หลังจากนั้นก็ให้เราตั้งชื่อเครื่องของเราครับ ในช่อง PC name ครับ แล้วก็กดปั่ม Next ไปครับ
Windows 8 ติดตั้งง่ายกว่าที่คิด ตอนที่ 2
ส่วนต่อมา Windows 8 ให้เราตั้งค่าเกี่ยวกับเครื่อข่ายและการแชร์ครับ เราสามารถเลือกแบบ Customize หรือ Use express settings ก็ได้ครับ ไม่มีไรมากครับตรงนี้
Windows 8 ติดตั้งง่ายกว่าที่คิด ตอนที่ 2
ต่อมาก็เป็นการรุบุตัวตนโดยให้เราใช้ E-mail ของเราในการ Sign in to PC ครับ แต่ต้องใช้ Account ของ Microsoft นะครับ หากว่ายังไม่มีก็ให้ทำการสมัครตรง Sign up for a new email address ครับ และถ้าหากว่ายังไม่ต้องการ Sign in กับ E-mail ก็ให้เลือกตรง Sign in without a Microsoft account นะครับ เสร็จแล้วก็ Next เช่นเคยครับ
Windows 8 ติดตั้งง่ายกว่าที่คิด ตอนที่ 2
ผ่านมาอีกหน้าก็จะให้เราตั้งชื่อผู้ใช้งานครับ ใครอยากใช้ชื่ออะไรก็ใส่ไปเลยครับ ตามใจชอบครับ เสร็จแล้วให้กดปุ่ม Finish ครับป๋ม
Windows 8 ติดตั้งง่ายกว่าที่คิด ตอนที่ 2
หน้าต่างนี้ก็เป็นหน้าต่างในการตั้งค่า หน้าสุกท้ายของการติดตั้ง Windows 8 แล้วครับ เราก็รอมันสักครู่หนึ่งครับป๋ม
Windows 8 ติดตั้งง่ายกว่าที่คิด ตอนที่ 2
มาถึงหน้าต่างนี้ก็เป็นอันจบการติดตั้งโดยสมบูรณ์แล้วครับ

เขียนโดย :  
ขอบคุณข้อมูลจาก : www.onlinegazine.com

Windows 8 ติดตั้งง่ายกว่าที่คิด ตอนที่ 1

Windows 8 ติดตั้งง่ายกว่าที่คิด ตอนที่ 1


หลังจากที่บริษัท Microsoft ได้ออก Microsoft Windows 8 มาสักระยะใหญ่ ๆ แล้วนั้น ผมก็เพิ่งได้มีโอกาสทดสอบก็วันนี้เองครับ ไหน ๆ ก็ได้ทดสอบเจ้า Windows 8 แล้ว ก็ไม่ลืมที่จะเอาวิธีการติดตั้งเจ้า Windows 8 มาฝากเพื่อน ๆ ชาว OnlineGazine กันครับ วิธีการติดตั้งก็ไม่ยากครับ สำหรับใครที่เคยติดตั้ง Microsoft Windows 7 มาแล้วก็จะคล้าย ๆ กันเลยทีเดียวครับ เพื่อไม่ให้เป็นการเสียเวลา เรามาดูวิธีการติดตั้ง Windows 8 กันเลยดีกว่าครับ
Windows 8 ติดตั้งง่ายกว่าที่คิด ตอนที่ 1
เริ่มต้นด้วยหน้าต่าง Windows Setup กันเลยนะครับ ตรงส่วนนี้ก็ให้เราเลือกภาษาที่เราต้องการใช้ในการติดตั้งครับ (Language to install) ในส่วนของ Time and currency format นั้นหากเราเปลี่ยนเป็น Thai (Thailand) เลยเราก็ไม่จะเป็นต้องไปเพิ่มภาษาไทยในตอนหลังครับ ส่วน Keyboard or input method นั้นมันจะเปลี่ยนให้ตาม Time and currency format เลยครับ
Windows 8 ติดตั้งง่ายกว่าที่คิด ตอนที่ 1
ต่อมาก็เข้าสู่หน้า Install Windows 8 แล้วครับ ก็ให้เรากดที่ปุ่ม Install ได้เลยครับ
Windows 8 ติดตั้งง่ายกว่าที่คิด ตอนที่ 1
หน้านี้ก็จะเป็นหน้า License terms ของ Windows 8 ครับ ให้เราทำการยอมรับเงื่อนไข โดยการติ๊กเครื่องหมายถูกในช่อง I accept the license terms ครับ แล้วทำการกดปุ่ม Next เพื่อไปยังขั้นตอนต่อไปครับ
Windows 8 ติดตั้งง่ายกว่าที่คิด ตอนที่ 1
ต่อมาก็เป้นหน้า ให้เราเลือกประเภทในการติดตั้ง Windows 8 ครับ โดยมีให้เลือกคือ ต้องการ Upgrade จาก Windows เก่าที่เราใช้อยู่ในเครื่อง โดยที่ข้อมูลทั้งหมดยังคงอยู่เหมือนเดิมครับ และอีกเมนูก็คือให้ทำการติดตั้งเฉพาะ Windows 8 ลงไปใหม่เท่านั้นครับ (ในที่นี้ผมขอเลือกติดตั้ง Windows 8 ลงไปใหม่นะครับป๋ม)
Windows 8 ติดตั้งง่ายกว่าที่คิด ตอนที่ 1
ต่อไปก็ให้เราทำการเลือกตำแหน่งที่เราต้องการติดตั้ง Windows 8 ครับ ก็ให้เราจัดการกับ Harddisk ของเราให้เรียบร้อยก่อนเลยครับ ไม่ว่าจะเป็น Format หรือ Delete ก็ทำที่หน้าต่างนี้เลยครับ หากเป็น Harddisk ใหม่ก็ให้ทำการแบ่ง Partition ก่อนครับป๋ม
Windows 8 ติดตั้งง่ายกว่าที่คิด ตอนที่ 1
เมื่อจัดการกับ Harddisk เรียบร้อยแล้ว ก็ให้เราเลือกตำแหน่งที่จะต้องการติดตั้งเจ้า Windows 8 กันเลยครับ หลังจากนั้นก็กดปุ่ม Next เช่นเคยครับ
Windows 8 ติดตั้งง่ายกว่าที่คิด ตอนที่ 1
คราวนี้ก็มาสู่ขั้นตอนในการติดตั้ง เราก็แค่รอ ๆ ๆ และก็รอ ครับป๋ม
Windows 8 ติดตั้งง่ายกว่าที่คิด ตอนที่ 1
เมื่อติดตั้งเสร็จแล้ว เครื่องก็จะทำการบูตใหม่หนึ่งครัง และเข้าสู่หน้าต่าง Windows 8 Getting ready ครับ เพื่อให้เราตั้งค่าในส่วนของผู้ใช้งานต่อไปครับ

เขียนโดย :  
ขอบคุณข้อมูลจาก www.onlinegazine.com

วันอังคารที่ 6 สิงหาคม พ.ศ. 2556

ความรู้เกี่ยวกับการป้องกันไวรัสจาก Flash Drive

วันนี้ผมขอเสนอบทความเกี่ยวกับการป้องกันไวรัสจาก Flash Drive สิ่งที่จะพูดต่อไปนี้เป็นประสบการณ์ที่ผมเจอไวรัสมานักต่อนักแล้ว ทั้ง ๆ ที่รู้ว่ามี ไวรัสก็ยังอยากจะกดให้มันโดน เพราะคิดว่าโปรแกรมไวรัสของตัวเอง เจ๋งสุด ๆ แล้ว แต่บางท่านอาจจะเคยรู้จักไวรัสชนิดหนึ่ง ก็คือ Autorun.inf เวลาที่ท่านคลิกขวาที่ Drive Flash Drive แล้วเจอคำว่า Autorun ท่านก็จะรู้เลยว่า Flash Drive ของท่านโดนไวรัส แต่สมัยนี้โปรแกรมเมอร์ที่เขียนไวรัสนั้น ก็ยังมีคำสั่งที่ช่วยให้ ไวรัสเข้าไปทำลายระบบอยู่ นั้นก็คือ Autorun แต่ความร้ายกาจของมันร้ายแรงมากครับจากที่แต่ก่อนจะมีคำว่า Autorun สุดตอนที่ท่านคลิกที่ Drive แต่เดี๋ยวนี้กลายเป็น Open ไปแล้วซึ่งคนที่เขียนไวรัส ทำให้เราเข้าใจว่า Flash Drive ของเราไม่โดนไวรัสครับ แต่ตอนนี้มารู้จักกับอาการข้างเคียงเวลาที่ คอมพิวเตอร์ท่านโดน ไวรัส ไปแล้วเป็นยังไง เริ่มจากผลข้างเคียงกันก่อนเลยดีกว่าครับ
image001
ก่อนอื่นเข้า My Computer คลิกที่ Tools จากนั้นดูว่ามี Folder Option หรือไม่ ถ้าไม่มีก็แสดงว่าโดนไวรัสครับ แต่เท่านั้นไม่พอ สมมุติว่ามี Folder Option ให้ท่านกดเข้าไปเลยอย่ารอช้า
image003
ไปที่ View จากนั้นมาดูตรงหัวข้อ Do not show hidden files and folders หมายถึงซ่อนไฟล์ และ โฟลเดอร์ที่ทำการ Hidden ไว้ จากนั้นให้ท่านเลือกที่ Show hidden files and folders หมายถึงโชว์ไฟล์ และ โฟลเดอร์ที่ทำการ Hidden ไว้ แล้วกด OK เสร็จแล้วให้ท่านเข้ามาหน้านี้อีกครั้ง แล้วดูที่หัวข้อเดิมว่ามันเด้งกลับไปเป็น Do not show hidden files and folders รึป่าว ถ้ามันเด้งกลับไปก็แสดงว่าโดนไวรัสเช่นกันครับ
วิธีการป้องกัน
เวลาที่เอา Flash Drive ไม่ว่าจะเป็นของเราหรือของเพื่อนก็ควรจะระวังไว้ก่อน ไม่มีใครรู้หรอกว่ามีไวรัสหรือเปล่า เพราะฉะนั้นคงไม่ต้องมาพึ่งโปรแกรม Anti-Virus แน่นอน มาฟังวิธีกันครับ ก่อนอื่นสมมุติว่าท่านเอา Flash Drive ของตัวเองมาเสียบจากนั้น เปิดด้วย Start + E หรือ คลิกขวาที่ My Computer และเลือกเป็น Explore ก็ได้แล้วแต่ความสะดวก
image005
ท่านจะว่า Drive G: ของผมนั้นก็คือ Flash Drive ปกติคนส่วนใหญ่ ชอบเปิดเข้าโดยการดับเบิลคลิกที่ไอคอนตรงๆ เลย นี่ล่ะครับตอนที่ติดไวรัส เพราะโปรแกรมไวรัสสมัยนี้มันไม่ค่อยรู้จักไวรัสชนิดใหม่ ๆ หรือบางครั้งโปรแกรมไวรัสของท่านอาจจะยังไม่ได้ทำการอัพเดต จึงทำให้โปรแกรมไม่รู้จักไวรัสชนิดใหม่ ๆ เดี๋ยวผมจะสอนให้รู้จักการป้องกันยิ่งขึ้น เริ่มจากการเปิดเลยนะครับ เวลาที่เปิดเข้าไปดูข้อมูลนั้น ให้ไปดูด้ายซ้ายมือของท่าน แล้วเลือกที่ Driver Flash Drive ของท่านเท่านี้ก็จะไม่ติด ไวรัส แน่นอน เพราะว่า คำสั่งแรกของมันเป็น Expand ซึ่งไม่มีไวรัสชนิดใดเปลี่ยนแปลงมันได้ ต่อให้ท่านไปทำการ Show hidden files and folders เพื่อจะให้เห็น ไฟล์ไวรัส แต่ถ้าไม่โชว์ ทำใจครับลง Windows ใหม่อย่างเดียว
image007
เห็นไหมครับว่ามีไฟล์ ไวรัสที่ซ่อนอยู่ เช่น ไฟล์ Autorun.inf , *.exe , *.com ล้วนเป็นไวรัสทั้งนั้น ถ้าโปรแกรมไวรัสของท่านไม่รู้จักมันก็คงเห็นเป็นเพียงไฟล์ธรรมดาทั่วๆไป ดังนั้นให้ท่านลบไฟล์เหล่านี้ทิ้งไปได้เลย จากนั้นก็ถอด Flash Drive และทำการเสียบใหม่ แค่นี้เครื่องของท่านก็จะไม่โดนไวรัสแล้วครับ
มีแถมอีกนิดครับเสียบ Flash Drive แล้วถ้าคิดว่า โปรแกรมไวรัสของท่านเจ๋งจริง ก็ทำการ Scan มันก่อนเปิดเข้าไปทุกครั้งนะครับ
ข้อควรระวัง
สำหรับผู้ที่ติดไวรัสและลง Windows ใหม่เรียบร้อยแล้ว ขอแนะนำให้เอาไวรัสออกจาก Drive D: ก่อน โดยทำเหมือนขั้นตอนข้างบนทุกอย่าง โดยเข้า Drive D: แบบ Explore จากนั้นทำการ Show hidden files and folders และทำการลบไฟล์ไวรัสทิ้ง จากนั้นให้ทำการ Restart เครื่อง 1 รอบครับ
ขอให้ทุกท่านโชคดีบางท่านอาจจะคิดว่าวิธีอาจจะยุ่งยากจริง ๆ แต่เชื่อผมเถอะถ้าคุณทำบ่อย ๆ มันจะติดมือคุณแล้วมันจะทำให้คุณรู้จักการป้องกันมันเองครับ

By Vampires101, www.notebookspec.com

วันพฤหัสบดีที่ 1 สิงหาคม พ.ศ. 2556

กว่าจะเป็น Steven Gerrard ในวันนี้ !!


images by free.in.th


Steven Gerrard


ชื่อเต็ม สตีเวน จอร์จ เจอร์ราร์ด
วันเกิด 30 พฤษภาคม ค.ศ. 1980
สถานที่เกิด วิสตัน อังกฤษ
ส่วนสูง 185 .
ตำแหน่ง กองกลาง กองกลางตัวรุก


วงการฟุตบอลกับลิเวอร์พูล



images by free.in.th

สตีเวน "จอร์จ" เจอร์ราร์ด เป็นผลผลิตของโรงเรียนฟุตบอลลิเวอร์พูล (Liverpool Youth Academy) โดยเข้าร่วมเป็นนักฟุตบอลเยาวชนของสโมสรตั้งแต่อายุ 9 ขวบ โดยเริ่มแรกเลยเขาเล่นมิดฟิลด์ทางด้านขวา และมิดฟิลด์ตัวกลาง






images by free.in.th

ฤดูกาล 1998-1999 เจอร์ราร์ดได้ลงเล่นในทีมชุดใหญ่ของลิเวอร์พูลเป็นนัดแรก ในนัดที่พบกับทีมเซลตาบีโก ในแอนฟิลด์ โดยสิ้นสุดฤดูกาลนี้เขาลงเล่นให้ทีม 12 นัดซึ่งส่วนใหญ่ยังเป็นตัวสำรอง





images by free.in.th

http://www.youtube.com/watch?v=eb8fGZDYHms ลงสนาม
http://www.youtube.com/watch?v=D7hMFbhV8HY ยืงประตูแรก
ฤดูกาล 1999-2000 เจอร์ราร์ดได้มีโอกาสเล่นชุดใหญ่ของลิเวอร์พูลอย่างเต็มตัว โดยเขาลงเล่น 29 นัด ยิงได้ 1 ประตู ซึ่งเขาเปลี่ยนมาเล่นบทมิดฟิลด์ตัวปะทะ ทำให้ได้รับ ใบเหลือง และ ใบแดง บ่อยครั้ง





images by free.in.th

ฤดูกาล 2000-2001 เจอร์ราร์ดลงเล่นในเกมลีก 33 นัด ยิงได้ 7 ประตู และลงเล่นในเกมยูฟ่าคัพ อีก 9 นัดทำได้ 2 ประตู พาทีมลิเวอร์พูลคว้าทริปเปิลแชมป์ ลีกคัพ, ยูฟ่าคัพ และ เอฟเอคัพ ในฤดูกาลเดียว รวมถึงเอาชนะ แมนเชสเตอร์ยูไนเต็ด ได้ทั้งเหย้าและเยือนอีกด้วย





images by free.in.th

ฤดูกาล 2001-2002 เจอร์ราร์ดลงเล่นในเกมลีก 28 นัดยิงได้ 3 ประตู และในเกมยูฟ่าแชมเปี้ยนลีกอีก 12 นัดกับอีก 1 ประตู เขาได้รับรางวัลนักฟุตบอลดาวรุ่งยอดเยี่ยมแห่งปี (Young Player of the Year award)





images by free.in.th

ฤดูกาล 2002-2003 เจอร์ราร์ดลงเล่นในเกมลีก 34 นัด ยิงได้ 5 ประตู และลงเล่นเกมยุโรปอีก 11 นัด และพาทีมคว้าแชมป์ลีกคัพโดยเอาชนะแมนเชสเตอร์ยูไนเต็ดคู่ปรับตลอดกาล







images by free.in.th

ฤดูกาล 2003-2004 เจอร์ราร์ด ลงเล่นในเกมลีก 34 นัด ยิงได้ 4 ประตู และลงเล่นในเกมยูฟ่าคัพ 8 นัด ยิงได้ 2 ประตู และในฤดูกาลนี้เจอร์ราร์ดได้รับแต่งตั้งให้เป็นกัปตันทีมคนใหม่ของลิเวอร์พูล แทนที่ซามี่ ฮูเปีย





images by free.in.th

ฤดูกาล2004-2005 เขาลงเล่นในเกมลีก 30 นัดทำได้ 7 ประตู และพาทีมลิเวอร์พูลเข้าชิงลีกคัพกับเชลซีแต่แพ้ไป3-2โดยเขาทำเข้าประตูตัวเองซึ่งเป็นประตูตีเสมอ1-1อีกด้วยแต่ก็สามารถพาทีมคว้าถ้วยยูฟ่าแชมเปี้ยนลีก โดยเอาชนะทีมเอซีมิลานจากการดวลจุดโทษ ซึ่งในครึ่งแรกทีมเอซีมิลานนำอยู่ถึง 3-0 แต่ลิเวอร์พูลกลับมาตีเสมอ 3-3





images by free.in.th

ฤดูกาล2005-2006 ประตูตีเสมอ West Ham United (3-3) ในรอบชิงชนะเลิศ English FA CUP ส่งให้ลิเวอร์พูลเป็นแชมป์ในท้ายที่สุด ประตูจากการยิงไกลระยะ 35 หลานี้เป็นหนึ่งในประตูยอดเยี่ยมของรอบชิงชนะเลิศตลอดกาล และทำให้สตีเฟน เจอร์ราร์ดเป็นนักเตะเพียงคนเดียวที่ทำประตูในรอบชิงชนะเลิศฟุตบอลถ้วย 4 รายการใหญ่ League Cup กับ แมนฯ ยู , ยูฟ่าคัพ กับ อลาเบส , ยูฟ่า แชมเปียนส์ลีก กับ เอซี มิลาน และ เอฟเอคัพ กับ เวสต์แฮม





images by free.in.th

ฤดูกาล2006-2007 แม้จะช่วยให้ลิเวอร์พูลสามารถผ่านเชลซีได้ในรอบรองชนะเลิศ ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ลีก ได้ และเข้าชิงกับเอซี มิลานอีกครั้ง แต่ก็ต้องพ่ายไป 2-1 สำหรับถ้วยในประเทศก็มีเพียง แชร์ริตี้ชีลด์ กับเชลซีเท่านั้น โดยชนะไป 2-1





images by free.in.th

ฤดูกาล2007-2008 แม้ว่าลิเวอร์พูลจะไม่ได้แชมป์อะไรเลย แต่เจอร์ราร์ดสามารถทำประตูได้มากที่สุดในทีมเป็นรองแค่เฟอร์นานโด ตอร์เรส ดาวยิงคนใหม่ของทีมที่ค่าตัวแพงที่สุด โดยเจอร์ราร์ด กับ ตอร์เรส ช่วยทำประตูให้หงส์แดงหลายลูกเลยทีเดียว





images by free.in.th

ฤดูกาล2008-2009 เจอร์ราร์ดไม่สามารถพาทีมได้แชมป์อะไรเลย แต่เจอร์ราร์ดพาทีมหงส์แดงเล่นได้ดีที่สุดในฤดูกาลก็ว่าได้ เพราะลิเวอร์พูลผลงานในพรีเมียร์ลีกแม้ว่าจะได้แค่อันดับ 2 แต่ลิเวอร์พูลเป็นทีมที่แพ้น้อยที่สุด แพ้แค่ 2 นัดคือพ่ายต่อ สเปอร์ 2-1 และ มิดเดิ้ลสโบรช์ 2-0 และฤดูกาลนี้ลิเวอร์พูลทำประตูมากที่สุดอันดับ 1 และเป็นทีมเดียวไม่แพ้ใครในบ้านทั้งฤดูกาลอีกด้วย และน่าทึ่งกว่านี้ในลีกหงส์แดงไม่แพ้ต่อทีม Big 4 ทั้ง เชลซี,แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด และ อาร์เซนอล โดย ชนะ เชลซี 1-0 (ที่บ้านเชลซีและเป็นทีมแรกที่ทำให้เชลซีแพ้ในบ้านนัดแรก) และ2-0 ชนะ แมนยู 2-1และ4-1 (ถึงบ้านแมนยู) และเสมอ อาร์เซนอล 1-1 และ 4-4 และฤดูกาลนี้เจอร์ราร์ดทำประตูมากที่สุดให้กับทีม





images by free.in.th

ฤดูกาล2009-2010 นอกจากจะไม่ได้แชมป์ทุกรายการ ผลงานของเจอร์ราร์ดก็ตกลงไปพร้อมกับผลงานของลิเวอร์พูล โดยฤดูกาลนี้ลิเวอร์พูลทำผลงานได้ตกต่ำกว่าฤดูกาลที่แล้วหลายร้อยเท่า ผลงานยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ลีก ของหงส์แดงตกรอบแบ่งกลุ่มอย่างรวดเร็ว ในเอฟเอคัพ ก็ตกรอบตั้งแต่รอบ 3 โดยพ่ายต่อ เรดดิ้ง และที่แย่ไปกว่านั้น ผลงานในพรีเมียร์ลีก ลิเวอร์พูลทำอันดับได้ต่ำที่สุดในรอบหลายปี โดยได้อันดับ 7 ซึ่งแตกต่างกับปีที่แล้วเป็นอย่างมาก และเจอร์ราร์ดทำประตูน้อยกว่าปีที่แล้ว โดยเจอร์ราร์ดทำประตูในลีกแค่ 9 ประตูเท่านั้น โดยปีที่แล้วลิเวอร์พูลแพ้แค่ 2 นัดแต่ว่าปีนี้ลิเวอร์พูลแพ้เยอะมากโดยหงส์แดงแพ้ถึง 11 นัด





images by free.in.th

ฤดูกาล 2010-2011 เจอร์ราร์ดลงเล่นในเกมลีก 21 นัด ยิงได้แค่ 4 ประตู เนื่องจาก เจอร์ราร์ดมีปัญหาอาการบาดเจ็บรบกวนอยู่ตลอดเวลา ทำให้ เจอร์ราร์ดต้องพักจนจบฤดูกาลก่อนเพื่อนร่วมทีม ผลงานในพรีเมียร์ลีก ได้อันดับ 6 ของตารางทำให้ ลิเวอร์พูล ไม่ได้ไปเล่นฟุตบอลยุโรป และในเอฟเอคัพ รอบ 3 ลิเวอร์พูล เจอกับ แมนเชสเตอร์ยูไนเต็ด ที่ โอลด์แทรฟฟอร์ด แต่ก็แพ้ไป 1-0 และเจอร์ราร์ด ก็โดน ใบแดง ไล่ออกจากสนามอีกด้วย แต่ผลงานในยูโรปาลีก เจอร์ราร์ด สามารถทำแฮตทริกได้ ในนัดที่เจอกับ นาโปลี โดยลิเวอร์พูลชนะไป 3-1





images by free.in.th

ฤดูกาล 2011-2012 เจอร์ราร์ดลงเล่นในเกมลีก 18 นัด ยิงประตูไปได้ 5 ประตู ในฤดูกาลนี้ถือว่าเป็นยุคที่ตกต่ำของลิเวอร์พูลเลยก็ว่าได้ เนื่องจากได้อันดับ 8 ของตารางและขาดผู้เล่นหลักๆไปเยอะ และเจอร์ราร์ด ก็ไม่ได้ลงเล่นบ่อยมากนักโดยเฉพาะในช่วงต้นฤดูกาล ประตูแรกที่เจอร์ราร์ดยิงได้ในลีกฤดูกาลนี้คือในนัดที่เสมอกับแมนเชสเตอร์ยูไนเต็ด 1-1 แต่ในลีกคัพ รอบรองชนะเลิศ นัดแรก เขาก็ยิงประตูชัยให้ ลิเวอร์พูล เอาชนะ แมนเชสเตอร์ซิตี ถึง เอติฮัดสเตเดียม 1-0 ก่อนจะเสมอ 2-2 ในนัดที่ 2 ที่ แอนฟีลด์ และก็สามารถนำทีมได้แชมป์ ลีกคัพ มาได้ ด้วยการยิงจุดโทษตัดสินชนะ คาร์ดิฟฟ์ซิตี ผลประตูรวม 3-2 และ นำทีมไปสู่รอบชิงชนะเลิศ เอฟเอคัพ แต่ก็แพ้ เชลซี ไปด้วยสกอร์ 2-1 อย่างน่าเสียดาย ในฤดูกาลนี้เจอร์ราร์ดทำ แฮตทริก ได้ 1 ครั้งคือ ในนัดที่เจอกับ เอฟเวอร์ตัน โดยลิเวอร์พูลชนะไป 3-0 และเป็นการลงสนามนัดที่ 400 ในพรีเมียร์ลีก ของ เจอร์ราร์ด รวมถึงเป็นการลงสนามนัดที่ 250 ในการเป็นกัปตันทีมของ เจอร์ราร์ด อีกด้วย





images by free.in.th

ฤดูกาล 2012-2013 เจอร์ราร์ดลงเล่นในเกมลีก 36 นัด ยิงประตูไปได้ 9 ประตู ถือว่าเป็นฤดูกาลที่เจอร์ราร์ดลงสนามเป็นตัวจริงทุกนัด แต่ไม่ได้ลง 2 นัดสุดท้าย เนื่องจาก เจอร์ราร์ด ต้องผ่าตัดหัวไหล่หลังจากได้รับอาการบาดเจ็บจากเกมส์ที่เสมอกับเอฟเวอร์ตัน 0-0 ประตูแรกที่เจอร์ราร์ดยิงได้ในลีกฤดูกาลนี้คือในนัดที่แพ้ให้กับแมนเชสเตอร์ยูไนเต็ด 2-1. ผลงานในพรีเมียร์ลีกได้อันดับ 7 ของตารางทำให้ ลิเวอร์พูล ไม่ได้ไปเล่นฟุตบอลยุโรป





images by free.in.th

ฤดูกาล 2013-2014 ในวันที่ 15 กรกฎาคม ค.ศ. 2013 เจอร์ราร์ดได้ต่อสัญญากับลิเวอร์พูลไปอีก 2 ปี




ขอบคุณข้อมูลจาก : วิกิพีเดีย, www.thekop.in.th

วันพุธที่ 31 กรกฎาคม พ.ศ. 2556

ประวัติไอโฟน(iPhone)






    ไอโฟน (อังกฤษ: iPhoneเป็นโทรศัพท์มือถือที่มีความสามารถใช้งานอินเทอร์เน็ตและมัลติมีเดีย ผลิตและจำหน่ายโดยบริษัทแอปเปิล โดยการทำงานของไอโฟนสามารถใช้งานส่งอีเมล ใช้เป็นโทรศัพท์เคลื่อนที่ ส่งเอสเอ็มเอส ท่องอินเทอร์เน็ตผ่านทางซอฟต์แวร์ซาฟารี ค้นหาแผนที่ ฟังเพลง และความสามารถอื่น โดยมีอุปกรณ์หลักประกอบด้วย Wi-Fi (802.11b/g) บลูทูธ 2.0 และกล้องถ่ายภาพ 2.0-megapixel ไอโฟนรุ่นแรกมีลักษณะ 2.5G quad band GSM และ EDGE และรุ่นที่สองใช้ UMTS และ HSDPA

    แอปเปิลได้เปิดเผยไอโฟนรุ่นแรกโดย สตีฟ จอบส์ ในงานแม็คเวิลด์ วันที่ 9 มกราคม พ.ศ. 2550 และวางจำหน่ายครั้งแรกในสหรัฐอเมริกาวันที่ 29 มิถุนายน พ.ศ. 2550 ไอโฟนได้ชื่อว่าเป็นสิ่งประดิษฐ์ยอดเยี่ยมประจำปีจากนิตยสารไทม์ ประจำปี 2550 โดยมีรุ่นถัดมาคือ ไอโฟน 3G และ ไอโฟน 3GS และไอโฟน 4 ได้เปิดตัวในวันที่ 7 มิถุนายน พ.ศ. 2553 ไอโฟนรุ่นใหม่ล่าสุดในปัจจุบันคือ iPhone 4S ซึ่งมีเป็นรุ่นที่สมบูรณ์ที่สุดในขณะนี้

    การทำงานของไอโฟน
    การทำงานของโทรศัพท์ไอโฟนนี้จะแตกต่างจากโทรศัพท์มือถืออื่น โดยไอโฟนจะไม่มีปุ่มสำหรับกดหมายเลขโทรศัพท์ โดยการทำงานทั้งหมดจะทำงานผ่านหน้าจอโดยการสัมผัสมัลติทัชผ่านคำสั่งต่างๆ โดยมีระบบปฏิบัติการหลัก iOS และมีระบบเซ็นเซอร์ในการรับรู้สภาพของเครื่องเพื่อกำหนดการแสดงผลของจอภาพ เช่นหากวางเครื่องในแนวตั้งระบบก็จะปรับให้แสดงผลในแนวตั้ง หากวางในแนวนอนระบบก็จะแสดงผลในแนวนอน

    รุ่น
    - ไอโฟน 2จี (iPhone 2G)
    - ไอโฟน 3จี (iPhone 3G)
    - ไอโฟน 3จีเอส (iPhone 3GS)
    - ไอโฟน 4 (iPhone 4)
    - ไอโฟน 4เอส (iPhone 4S)
    - ไอโฟน 5 (iPhone 5)จะเปิดตัวประมาณวันที่ 12 กันยายน
     การวางจำหน่าย
     ไอโฟนเริ่มมีวางจำหน่ายครั้งแรกเฉพาะในสหรัฐอเมริกา ในวันที่ 29 มิถุนายน พ.ศ. 2550 โดยร่วมมือกับเครือข่ายเอทีแอนด์ทีไวร์เลสส์ (ในขณะนั้นในชื่อ ซิงกิวลาร์ไวร์เลสส์) โดยก่อนวันจำหน่ายร้านแอปเปิลได้ปิดร้านในช่วง 14 นาฬิกาเพื่อเตรียมตัวขายไอโฟนในเวลา 18 นาฬิกาตามเวลาท้องถิ่น ซึ่งมีผู้ใช้รอคิวเข้าซื้อเป็นจำนวนมาก โดยทางแอปเปิลขายไอโฟนได้ 270,000 เครื่อง ในช่วง 30 ชั่วโมงแรกที่เปิดจำหน่าย โดยในปัจจุบันไอโฟนรุ่นแรกมีวางจำหน่ายในหกประเทศได้แก่ ไอร์แลนด์ สหราชอาณาจักร ฝรั่งเศส เยอรมนี ออสเตรีย และสหรัฐอเมริกา

     โดยในวันที่ 11 กรกฎาคม พ.ศ. 2551 ไอโฟนรุ่นใหม่ หรือที่รู้จักในชื่อ ไอโฟน 3G จะมีการวางจำหน่ายใน 22 ประเทศ ซึ่งรวมถึง 6 ประเทศที่มีวางจำหน่ายแล้ว และหลังจากนั้นจะมีวางจำหน่ายเพิ่มขึ้นอีกใน 48 ประเทศทั่วโลก รวมเป็นทั้งหมด 70 ประเทศ โดยในอาเชียนจะมีประเทศสิงคโปร์ และฟิลิปปินส์ที่มีการจำหน่ายไอโฟนอย่างเป็นทางการ โดยในสหรัฐอเมริกานั้น ผู้ซื้อไอโฟนรุ่นใหม่จำเป็นต้องจดสัญญากับเอทีแอนด์ทีเป็นระยะเวลาสองปี

      ประเทศไทยเริ่มมีการวางจำหน่ายไอโฟน 3G ในวันที่ 16 มกราคม พ.ศ. 2552 โดยทรูมูฟ เป็นผู้ถือลิขสิทธิ์การจำหน่ายเป็นรายแรกในประเทศไทย และมีงานเปิดตัวระหว่างวันที่ 16-18 มกราคม พ.ศ. 2552 ณ รอยัลพารากอนฮอลล์ สยามพารากอน และดีแทคเป็นรายที่สองที่ได้สิทธิ์การจัดจำหน่าย โดยมีการเปิดตัวพร้อมจำหน่ายเครื่องวันแรก เมื่อวันที่ 13 มีนาคม พ.ศ. 2553 ณ ลานพาร์กพารากอน สยามพารากอนและในวันที่ 23 กันยายน พ.ศ. 2553 เวลา 0.00 น. ไอโฟน 4 ได้เปิดตัวในประเทศไทย โดยทรูมูฟ, ดีแทค และ AIS เป็นผู้ถือลิขสิทธิ์การจำหน่ายในประเทศไทย


********************



   ไอโฟน 3จี (iPhone 3G)
 
    ไอโฟน 3จี (iPhone 3G) คือสมาร์ตโฟนระบบจอสัมผัสที่พัฒนาโดย บริษัทแอปเปิล ซึ่งเป็นรุ่นที่สองของ ไอโฟน ต่อมาจากรุ่น ไอโฟน รุ่นแรกถูกประกาศอย่างเป็นทางการเมื่อวันที่ 9 มิถุนายน พ.ศ. 2551 ในงาน WWDDC 2008 ที่ Moscone Center ในเมืองSan Francisco มี 3G ที่คล้ายกันมากกับรุ่นก่อนที่มีเหมือนกันกล้อง 2 MP และการสนับสนุนสำหรับ บันทึกวิดีโอ ไม่มีและประสิทธิภาพการทำงานของมันถูก จำกัด โดยเดียวกันขนาด 128 เมกะไบต์ eDRAM หน่วยความจำแต่ 3G ที่โดดเด่นการปรับปรุงหลายต้นฉบับ ที่สนับสนุน GPS แบบช่วยเหลือ, ข้อมูล 3G และ Tri - band UMTS/HSDPA

     การทำงานของ iPhone 3G มีระบบปฏิบัติการของ Apple IOS ของระบบปฏิบัติการเดียวกับที่ใช้เมื่อก่อนหน้า iPhones , iPad, Apple TV, และ iPod Touch จะมีการควบคุมเป็นหลักโดยปลายนิ้วของผู้ใช้ในที่ สัมผัสหลาย แสดงซึ่งมีความไวในการติดต่อกับปลายนิ้ว
iPhone 3G ไม่ได้รับการปรับปรุงซอฟต์แวร์จาก Apple ในวันที่ 11 มีนาคม 2011 ซึ่งเป็นวัน iOS 4.3 ถูกเปิดตัวออกมา แต่ก็ไม่มีการสนับสนุน

     ประวัติ
     ในวันที่ 11 กรกฎาคม ค.ศ. 2008 Apple ได้เปิดตัว iPhone 3G ใน 22 ประเทศ รวมทั้งเดิมหก ในรุ่น 8GB และ 16GB, กับรุ่นความจุที่มีขนาดใหญ่ที่มีตัวเลือกของการอยู่ในสีดำหรือสีขาว
      เมื่อ iPhone 3GS ถูกปล่อยออกมาได้ 1 ปีภายหลังราคาของ iPhone 3G ถูกตัดในช่วงครึ่งปีและได้ทำรูปแบบการงบประมาณของ iPhone โดยราคาของ iPhone 3G อยู่ในราคา $ 99 อยู่ในสีดำเท่านั้น และมาพร้อมกับ 8GB ของการจัดเก็บ พร้อมกับการแก้ไขนี้เป็น iPhone OS 3.0 ในวันที่ 7 มิถุนายน 2010 iPhone 3G ถูกยกเลิกและแทนที่ด้วย 8 GB iPhone 3GS ขายในราคาเดียวกันด้วยราคา $ 99

     ซอฟต์แวร์
     iPhone 3G ได้เข้ามาโหลดไว้กับรุ่นล่าสุดของ iPhone OS ทั้ง 2 เพื่อให้มีการปรับปรุงใหม่ล่าสุดในซอฟต์แวร์และการที่จะต่อสู้กับความพยายามของการ jailbreaking กว่าปีที่ iPhone 3G ของได้รับการสนับสนุนโดย Apple ที่มีการปรับปรุงซอฟต์แวร์ ซ้ำที่สำคัญของซอฟต์แวร์ที่มักจะเปิดตัวออกมาทุกปี

     เมื่อเปิดตัวในเดือนกรกฎาคมปี 2008 ของ iPhone 3G มาพร้อมโหลดไว้กับ iPhone OS 2.0 ซึ่งเปิดตัวใน App Store สนับสนุนโดย Microsoft Exchange ActiveSync, บริการ MobileMe ของ Apple และผลักดันการสนับสนุนทางอีเมลพร้อมด้วยคุณสมบัติใหม่อื่น ๆ และแก้ไขข้อผิดพลาดเช่นกัน

     ในเดือนมิถุนายน 2009 iPhone 3G ของ iPhone ได้รับการปรับปรุงซอฟแวร์ระบบปฏิบัติการ 3.0 ที่นำรอคอยมานานคุณลักษณะ MMS คัดลอกและวางสนับสนุนภูมิสำหรับใช้งานมากขึ้นการสนับสนุนสเตอริโอ Bluetooth, และการปรับปรุงอื่น ๆ เช่นกัน
ในเดือนมิถุนายน 2010 เจ้าของ iPhone 3G ถูกออก iOS 4.0 การปรับปรุงซอฟต์แวร์ ซึ่งแตกต่างจากผู้สืบทอดของ iPhone 3GS ที่จะไม่ได้รับ multitasking ภาพพื้นหลังหน้าจอที่บ้านหรือการสนับสนุนแป้นพิมพ์ Bluetooth แต่ก็ยังคงมีคุณสมบัติแบบครบวงจรของกล่องจดหมาย, โฟลเดอร์, รายการเพลงที่สร้างระหว่างการปรับปรุงอื่น ๆ ใน Ios 4 แต่ยังคงแม้จะมีจำนวนของคุณสมบัติใหม่ที่นำมาปรับปรุงนั้นจะถูกวิพากษ์วิจารณ์อย่างกว้างขวางสำหรับการทำงานที่ช้าในบนอุปกรณ์

     แต่อย่างไรก็ตามการปรับปรุงเพื่อพัฒนาไปยัง iOS 4.1 ได้เปิดตัวและเปิดตัวเมื่อเดือนกันยายน 2010 ซึ่งการปรับปรุงประสิทธิภาพของอุปกรณ์ที่อยู่ภายใต้ iOS 4 แต่แตกต่างจากอุปกรณ์อื่น ๆ iOS แม้ว่าจะไม่ได้รับการประยุกต์ใช้ศูนย์เกมส์

     ในวันที่ 22 พฤศจิกายน ค.ศ. 2010 iPhone 3G ได้รับการปรับปรุงเป็น iOS 4.2 การปรับปรุงซอฟต์แวร์ซึ่งรวมถึงคุณสมบัติใหม่ เช่น YouTube การออกเสียงลงคะแนน และการแก้ไขการรักษาความปลอดภัย แต่อย่างไรก็ตาม iPhone 3G ไม่ได้รับคุณสมบัติมากมายรวมทั้ง AirPlay ตัวเลือกเพิ่มเติมในถาดแบบมัลติทาสก์และค้นหาข้อความซาฟารี

     ในวันที่ 12 มกราคม ค.ศ. 2011 iOS 4.3 ได้รับการปรับปรุงซอฟต์แวร์เบต้า 1 ออกมาให้นักพัฒนา แต่ยังไม่มีการการเชื่อมโยงดาวน์โหลด iPhone 3G จะไม่สนับสนุนโดย Apple ในการปรับปรุงซอฟต์แวร์
ในวันที่ 9 มีนาคม ค.ศ. 2011 การปรับปรุงของ IOS ซอฟต์แวร์ 4.3 ได้ประกาศอย่างเป็นทางการซึ่งเป็นครั้งแรกที่มีการปรับปรุงซอฟต์แวร์ iOS ออกจากการสนับสนุนของ iPhone 3G


*********************

   

     ไอโฟน 3จีเอส (iPhone 3GS)

     ไอโฟน 3จีเอส (iPhone 3GS) คือสมาร์ตโฟนระบบจอสัมผัสที่พัฒนาโดย บริษัทแอปเปิล ซึ่งเป็นรุ่นที่สามของ ไอโฟน ต่อมาจากรุ่น ไอโฟน 3G ถูกประกาศอย่างเป็นทางการเมื่อวันที่ 8 มิถุนายน พ.ศ. 2552 ในงาน WWDDC 2009 และขายครั้งแรกวันที่ 19 มิถุนายน พ.ศ. 2552 ในประเทศออสเตรเลียและญี่ปุ่นวางจำหน่ายในวันที่ 26 มิถุนายนและต่างประเทศในเดือนกรกฎาคมและสิงหาคม พ.ศ. 2552
ไอโฟน 3จีเอส ทำงานด้วยระบบปฏิบัติการของ Apple Ios เป็นถูกนำมาใช้ใน iPad และ iPod touch จะมีการควบคุมเป็นหลักโดยปลายนิ้วของผู้ใช้ในจอแสดงผลแบบมัลติทัช ไอโฟน 3จีเอส จะนำหน้าด้วย iPhone 3G และประสบความสำเร็จโดย iPhone 4


*********************

     ไอโฟน 4  (iPhone 4)

    ไอโฟน 4 (อังกฤษ: iPhone 4) คือสมาร์ตโฟนระบบจอสัมผัสที่พัฒนาโดย บริษัทแอปเปิล ซึ่งเป็นรุ่นที่สี่ของ ไอโฟน ต่อมาจากรุ่น ไอโฟน 3จีเอส ถูกออกแบบเฉพาะสำหรับการใช้งานด้านการโทรศัพท์โดยมีสัญญาณภาพ (ในชื่อ เฟซไทม์) การอ่านหนังสืออีบุค, การดูวิดิโอ, ฟังเพลง, เล่นเกม และอินเทอร์เน็ต ถูกประกาศอย่างเป็นทางการเมื่อวันที่ 7 มิถุนายน พ.ศ. 2553 ในงาน WWDDC 2010 และขายครั้งแรกวันที่ 24 มิถุนายน พ.ศ. 2553 ในอเมริกา,อังกฤษ และอีกในหลายประเทศ โดยในประเทศไทยนั้นมีการขายครั้งแรกอย่างเป็นทางการใน วันที่ 24 กันยายน พ.ศ. 2553 โดยสามบริษัทใหญ่เป็นผู้จำหน่ายคือ เอไอเอส ,ดีแทค และทรูมูฟ

     ไอโฟน 4 ทำงานด้วยระบบปฏิบัติการไอโอเอส (iOS) ซึ่งเป็นระบบเดียวกับที่ใช้ในไอโฟนรุ่นก่อนหน้า รวมไปถึงไอแพดและไอพอดทัช 
     การทำงานหลักควบคุมโดยใช้ปลายนิ้วสัมผัสข้อแตกต่างระหว่างไอโฟน 4 และไอโฟนรุ่นก่อนหน้าได้แก่ การออกแบบโฉมใหม่ ที่มีการหุ้มขอบด้วยสเตนเลนสตีลไร้ฉนวนซึ่งทำหน้าที่เป็นเสาอากาศของเครื่อง ตัวเครื่องจะอยู่กึ่งกลางระว่างกระจกอลูมิโนซิลิเกตชนิดพิเศษที่เพิ่มความแข็งแรงวางไว้สองด้านหน้าหลัง ภายในเครื่องมีซีพียู แอปเปิล A4 พร้อม ram 512 MB ของ eDRAM ซึ่งมีความเร็วเป็นสองเท่าของรุ่นก่อนหน้า และเร็วเป็นสี่เท่าของไอโฟนรุ่นแรกสุด หน้าจอขอไอโฟน 4 มีขนาด 89 มม. (3.5 นิ้ว) โดยใช้แอลอีดีแบล็กลิตขนาด แสดงผลด้วยความละเอียด 960×640 พิกเซลซึ่งชื่อการค้าว่าว่า เรตินาดิสเพลย์ (Retina Display)
     จุดเด่นที่น่าสนใจ คือ Facetime การสนทนาพร้อมส่งภาพจากกล้องด้านหน้า หรือด้านหลัง ไปให้คู่สนทนาได้ชมแบบสดๆ หรือเรียกว่าวีดีโอคอลล์ เพียงแต่ Facetime ไม่ต้องอาศัยเครือข่าย 3G แต่อาศัย Wi-Fi แทน วิธีการใช้งานก็ไม่ยุ่งยาก เพียงเชื่อมต่อกับเครือข่าย Wi-Fi ทิ้งไว้ จากนั้นทำการโทรออกไปหาผู้รับตามปกติ (ผู้รับสายจะต้องใช้ iPhone 4 มีเชื่อมต่อ Wi-Fi เช่นกัน) ระหว่างรอรับสายให้กดปุ่ม Speaker เพื่อสนทนาผ่านลำโพง และ เมื่อมีผู้รับสายให้กดปุ่ม Facetime เพื่อเปิดใช้งานกล้อง โดยผู้ใช้ สามารถสลับการใช้งานได้ทั้งกล้องด้านหน้าและด้านหลัง

     ประโยชน์ของ Facetime นอกจากการสนทนาแบบเห็นหน้า นั่นคือการสื่อสารที่มากกว่าคำพูด เพราะผู้ใช้สามารถรับรูปถึงอารมณ์ของคู่สนทนามากกว่าฟังแต่เสียง อีกทั้งการแสดงภาพเคลื่อนไหวภาพยังทำได้ราบลื่น (ขึ้นอยู่กับความเร็วของสัญญาณ Wi-Fi ในเวลาใช้งาน) ที่สำคัญผู้ใช้ไม่ต้องจ่ายค่าบริการเพิ่ม (นอกจากค่าบริการอินเตอร์เน็ต Wi-Fi)
ถ้าให้เทียบกับการสนทนารูปแบบวีดีโอคอลล์ผ่านเครือข่าย 3G ต้องยอมรับว่า Facetime เหนือกว่า ทั้งเรื่องสัญญาณ Wi-Fi ที่ครอบคลุมมากกว่า เครือข่าย 3G ค่าบริการที่ถูกกว่า และ ความเร็วในการแสดงผลระบบปฏิบัติการรุ่นล่าสุดคือ iOS 5.0(เริ่ม 12 ตุลาคม พ.ศ. 2554)


*********************

      ไอโฟน 4เอส (iPhone 4S)

      ไอโฟน 4เอส (อังกฤษ: iPhone 4S) คือสมาร์ตโฟนระบบจอสัมผัสที่พัฒนาโดย บริษัทแอปเปิล ซึ่งเป็นรุ่นที่ห้าของ ไอโฟน ต่อมาจากรุ่น ไอโฟน 4 โดยเปิดตัวเมื่อวันที่ 4 ตุลาคม พ.ศ. 2554 ในงาน Let's talk iPhone ณ สำนักงานใหญ่แอปเปิล เมืองคูเปอร์ทิโน่ เป็นรุ่นที่พัฒนาต่อยอดมาจาก iPhone 4 ซึ่งภายนอกมีลักษณะไม่แตกต่างกันมากนัก โดยรุ่นนี้มีการแก้ไขปัญหาสัญญาณตกที่เกิดกับ ไอโฟน 4 ในส่วนของระบบประมวลผลได้เปลี่ยนไปใช้ชิพ Apple A5 แบบเดียวกับ ไอแพด 2 และมีการเพิ่มความจุในรุ่น 64GB เข้ามา


*********************


 
      ไอโฟน 5 (iPhone 5เปิดตัววันที่ 12 กันยายน 2555 ไอโฟน 5 (iPhone 5)



*********************

  
  

     ที่มา : วิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี

วันศุกร์ที่ 26 กรกฎาคม พ.ศ. 2556

ประโยชน์ของการปั่นจักยาน

ประโยชน์ของการปั่นจักยาน



ขี่จักรยาน

 การขี่จักรยานเป็นการออกกำลังเพื่อเสริมสุขภาพที่ดีประเภทหนึ่ง เป็นการออกกำลังที่เป็นจังหวะไม่หนักต่อไขข้อต่างๆ ให้ประโยชน์แก่หัวใจได้ดี และถ้าสามารถไปขี่จักรยานตามเขตชนบทได้ ก็จะได้ชมทิวทัศน์อันสวยงามข้างทางประกอบไปด้วย





ประสิทธิภาพสูง
 
 ในแง่ของวงการวิศวกรรม เราถือกันว่าการเคลื่อนที่ไปบนจักรยานนี่เป็นวิธีการเคลื่อนที่ที่มีประสิทธิภาพสูงมากวิธีหนึ่ง คือใช้แรงหน่อยเดียวแต่ไปได้ไกลเยอะ ถ้าเทียบกับแรงที่ออกไปเท่าๆกัน (กล่าวคือเทียบกับน้ำหนักของเจ้าตัวและระยะทางด้วยแล้ว) คนขี่จักรยานนี้จะเคลื่อนที่ไปข้างหน้าด้วยประสิทธิภาพที่ดีกว่าม้า ดีกว่านก ดีกว่าปลาบางชนิด เสียอีก

ทำไมถึงว่าประสิทธิภาพดีกว่าม้า ดีกว่านก ดีกว่าปลา ที่เป็นเช่นนี้เพราะในการขี่จักรยาน น้ำหนักตัวส่วนบน นับจากส่วนที่นั่งบนอานขึ้นไปจนถึงหัวของคนขี่ จะถูกถ่ายลงไปบนอานและมือจับ ขาไม่ต้องรับน้ำหนักส่วนนี้เลย จึงเบาแรงไปตั้งเยอะ และกล้ามเนื้อที่ใช้ในการขับเคลื่อน ก็เป็นกล้ามเนื้อชุดที่แข็งแรงที่สุดของร่างกายมนุษย์ คือกล้ามเนื้อต้นขาด้านหน้าและกล้ามเนื้อน่อง

นอกจากนี้การทำงานหรือขยับขาถีบของเรายังเป็นการถีบออกจากตัวในทิศทางลงดิน ซึ่งเป็นท่าที่เราถนัดที่สุด จึงเป็นการใช้งานได้อย่างดีและมีประสิทธิภาพที่สุด พูดถึงตรงนี้ มีของแถมนิดหนึ่งว่า นักจักรยานเขามีทฤษฎีของเขาว่าตัวโครงจักรยานถ้ายิ่งแข็งแกร่ง (ไม่อ่อนตัวได้) จะยิ่งเปลืองแรงในการถีบน้อยลง แต่ถ้ายิ่งแข็งแกร่งนั้นไปหมายถึงยิ่งแข็งแรงและต้องใช้เหล็กหนาๆหนักๆ ก็จะกลับกลายเป็นเปลืองแรงเพิ่มไปเสียด้วยซ้ำ ฉะนั้นต้องระวังหน่อยเวลาไปเลือกซื้อจักรยาน

ขี่แค่ไหนดี
 
 คราวนี้มาพูดถึง “หนักพอ” ว่าเป็นอย่างไร ถ้าขี่จักรยานบนทางราบด้วยความเร็วน้อยกว่า 20 กม./ชม. อย่างนี้เราถือว่าช้าไป จะไม่เกิดสภาพแอโรบิคที่ต้องการ อย่าลืมว่าการขี่จักรยานเป็นการออกกำลัง ที่ตัวจักรยานมีส่วนช่วยเพิ่มประสิทธิภาพมาก ถ้าขี่ช้าๆ ตัวจักรยานจะเป็นตัวช่วยเสียส่วนใหญ่ ประโยชน์ต่อหัวใจก็ไม่มี หรือมีก็น้อย แต่ผู้รู้กล่าวได้ว่า ถ้าขี่จักรยานด้วยขนาดความเร็วกว่า 30-32 กม./ชม. ก็จะเทียบได้เท่ากับการวิ่งความเร็วประมาณ 3 นาทีเศษต่อกิโลเมตร (อันนี้เป็นการวิ่งที่เร็วมากสำหรับนักวิ่งส่วนใหญ่ในบ้านเรา) ซึ่งน้อยคนนักที่จะทำได้

โดยสรุป เราจึงควรถีบจักรยานอยู่ในช่วงความเร็วประมาณ 25 ถึง 28 กม./ชม. จึงจะได้ออกแรงสมกับที่ตั้งใจมาออกกำลังกันความเร็วที่พูดถึงในตอนนี้ เป็นความเร็วเฉลี่ยที่ฝรั่งเขาทำได้กัน แต่คนไทยเราโดยเฉพาะคนที่ไม่ได้ออกกำลังมานาน ก็อย่าได้เผลอไผลยึดข้อมูลนี้เป็นบรรทัดฐานในการฝึกเป็นอันขาด ทางที่ดีควรจะลองขี่ไปลองจับชีพจรไป ก็จะรู้ได้ว่าแค่ไหนจึงจะได้ 75-80% ของอัตราหัวใจเต้นสูงสุดของตัวเอง ดังได้กล่าวไว้แล้วในตอนต้นๆ


วิธีการขี่ให้ถูกต้อง
 
 พวก ขี่จักรยานใหม่ๆมักเข้าใจผิดและพยายามใช้เกียร์สูงสำหรับการขี่โดยส่วนใหญ่ ไม่พิจารณาว่าทางจะเป็นอย่างไร ทางที่ถูกแล้วควรเลือกเกียร์ต่ำไว้ก่อน และถีบให้วิ่งไปเรื่อยๆอย่างราบเรียบ โดยถีบซอยขาด้วยความถี่ประมาณ 70 รอบต่อนาที พยายามถีบให้ขาซอยคงที่ขนาดนี้ ถ้ามีทางขึ้นเนินลงเนินหรือมีลมต้าน ก็ค่อยสับเกียร์ต่ำเกียร์สูงตามไปอีกที คือพยายามปรับการซอยให้คงที่อย่างที่ว่าไว้ ไอ้รอบซอยขาคงที่ขนาดนี้ นักจักรยานฝรั่งเขาเรียกว่า ‘เคเดนซ์’ หรือ cadence แปลตรงตัวว่า จังหวะเคาะตอนเล่นดนตรี ในที่นี้คงหมายถึงการทำอะไรให้เป็นจังหวะคงที่สำหรับพวกเราๆ เอาเป็นว่าพยายามซอยขาให้คงที่ด้วยความถี่ประมาณ 70 รอบต่อนาทีที่ว่านี้ก็แล้วกัน

ตอนเริ่มใหม่ๆ ถีบไปสัก 20 นาทีก็พอ แล้วพักจนชีพจรกลับมาเป็นปกติ แล้วก็เริ่มซอยขาใหม่ต่ออีกจนคุณรู้สึกเหนื่อยแบบสบายๆ คือเหนื่อย แต่ไม่ใช่เหนื่อยจนเดินไม่ได้ หัวใจแทบจะเต้นออกมานอกอกหล่นไปกองกับพื้น จนเกือบถูกจักรยานที่ขี่อยู่ทับเอา อย่างนี้ใช้ไม่ได้ มันเหนื่อยเกินไป เอาแค่เหนื่อยไม่มากก็เป็นพอ

โปรแกรมซ้อม
 
 วิทยาลัยเวชศาสตร์การกีฬาแห่งอเมริกา หรือ The American College of Sports Medicine แนะนำโปรแกรมซ้อมสำหรับการขี่จักรยานเพื่อสุขภาพ เพื่อความฟิต ไว้น่าสนใจ ดังนี้

หนึ่ง ให้ซ้อมสัปดาห์ละสามถึงห้าครั้ง (หรือวัน) คือต้องบ่อยพอนั่นเอง
สอง ซ้อมด้วยความเร็วที่ทำให้หัวใจเต้นประมาณ 60-90% ของชีพจรสูงสุด อันนี้ก็ตรงกับที่ว่า ต้องหนักพอ
สาม ซ้อมครั้งละ 15-60 นาที อันนี้คุณคงทายได้แล้ว คือต้องนานพอเป็นประการที่สามนั่นเอง แต่สำหรับพวกที่มาขี่ใหม่ๆควรจะขี่แค่ประมาณครั้งละ 20-30 นาทีก็พอแล้ว

ตอนขี่ถ้าเรานั่งตัวตรงขึ้นมาและใช้มือวางอยู่บนมือจับส่วนบน (ที่เป็นแกนตรงขวางกับตัวโครงจักรยาน) ลำตัวเราก็จะต้านลม ในกรณีที่ลมแรงก็จะเกิดแรงต้านสูง อาจถึง 90% ของแรงต้านทั้งหมดที่เกิดขึ้น ในกรณีเช่นนี้เราก็ควรก้มตัวลง เอามือไปวางไว้ที่จับส่วนล่าง (ที่โค้งลงมาต่ำที่สุด) ตัวเราจักได้ไม่ต้านลม การขี่ก็จะง่ายขึ้น แต่ถ้าเกิดต้องการฝึกกล้ามเนื้อ ไม่ต้องการขี่ง่ายๆ เราก็อาจยืดตัวมานั่งตรงให้ต้านลม แบบนี้เราก็จะเหนื่อยเร็วหน่อย ก็ขึ้นอยู่กับว่าเราต้องการอะไร ต้องการยากก็นั่งตรง ต้องการง่ายก็หมอบลงไป

ดียังไง ไม่ดียังไง
 
 ที่ แน่ๆก็คือทำให้สุขภาพดี ร่างกายฟิต กล้ามเนื้อหัวใจแข็งแรงดังที่กล่าวมาแล้ว นอกจากนี้การขี่จักรยานโดยเฉลี่ยจะใช้พลังงานประมาณ 300 แคลอรี/ชม.
ซึ่งการใช้พลังงานขนาดนี้ถ้าทำสม่ำเสมอก็จะสามารถลดความอ้วนได้อีกด้วย






การปั่นจักรยาน 


  ก็เป็นการออกกำลังกายวิธีหนึ่ง ถ้าจะว่ากันตามการจัดrankอันดับของการออกกำลังกายในแง่มุม และประโยชน์ต่างๆแล้ว จักรยานจัดอยู่ใน3อันดับต้นของการออกกำลังกายที่ให้ประโยชน์สูงสุด ซึ่งอีก2ประเภทนั้นคือการวิ่ง และการว่ายน้ำครับ 


ประโยชน์ของการออกกำลังกายด้วยวิธีขี่จักรยานหรืออีก 2 ประเภทที่เด่นๆ ก็คือ 


1. เพิ่มประสิทธิภาพการทำงานของระบบหัวใจและไหลเวียนเลือด


2. เพิ่มประสิทธิภาพการทำงานของระบบหายใจ ซึ่งทั้ง 2 ข้อนี้เป็นเหตุหลักของการส่งผลให้เกิดความอดทนหรือenduranceขึ้นแก่ร่างกาย และถ้าหากออกกำลังกายด้วยการเน้นเฉพาะ 2 ข้อนี้แล้วไซร้ ให้กลายเป็นการออกกำลังกายแต่เฉพาะในระดับaerobicอย่างเดียว ก็จะสามารถลดน้ำหนักได้เป็นอย่างดี โดยเป็นการเพิ่มกระบวนการในการเผาผลาญไขมัน


3. เพิ่มประสิทธิภาพของกล้ามเนื้อ ซึ่งจะได้ผลดีกับกล้ามเนื้อในส่วนล่างของร่างกาย จากการศึกษา พบว่าให้ผลในเรื่องการเพิ่มความแข็งแรงให้กับกล้ามเนื้อทุกมัด แต่มัดที่ได้รับผลมากที่สุด จะเป็นกลุ่มของกล้ามเนื้อต้นขาในส่วนหน้าขา   นอกจากนั้นจะมีผลกับกล้ามเนื้อก้นย้อย กล้ามเนื้อน่องส่วนบน และรวมทั้งกล้ามเนื้อมัดอื่นๆด้วย ( ผู้ที่ปั่นจักรยานอย่างถูกวิธี จะมีกล้ามเนื้อที่ใหญ่ก็เฉพาะต้นขาเท่านั้น แต่ส่วนน่องจะเรียว ,ไม่โป่งเหมือนสามล้อถีบนะครับ , กล้ามเนื้อก้นย้อย กล้ามเนื้อสะโพกจะแน่นกระชับขึ้น )


4. เพิ่มประสิทธิภาพของระบบรักษาสมดุลย์ของร่างกาย






5 ประโยขน์ของการปั่นจักยาน


1. การปั่นจักรยานไปทำงานช่วยลดโอกาสที่จะเสียชีวิตลงจากอุบัติเหตุได้ร้อยละ 40 


2. การปั่นจักรยานช่วยลดโอกาสในการตัดสินใจขาดงานลงร้อยละ 15 

3. หากปั่นจักรยานด้วยความเร็วประมาณประมาณ 20 กิโลเมตรต่อชั่วโมง (12.5 ไมล์) ประมาณครึ่งชั่วโมงจะช่วยเผาผลาญ พลังงานเท่ากับการรับประทานกล้วย 3 ผล 

4. การปั่นจักรยานไปทำงานประมาณ 6.5 กิโลเมตรต่อวัน จะช่วยลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ลง 900 กิโลกรัมต่อปี 

5. มีการศึกษาวิจัยชี้ให้เห็นว่าการปั่นจักรยานจะเพิ่มประสิทธิภาพในการทำงานจากร้อยละ 4 เป็นร้อยละ 15 และช่วยลดการ ทำงานที่ผิดพลาดลงร้อยละ 27 







ขอบคุญข้อมูลจาก http://www.bikeloves.com   http://www.thaimtb.com  http://healthy.in.th


และรูปภาพจาก http://www.google.co.th/





วันพฤหัสบดีที่ 25 กรกฎาคม พ.ศ. 2556

6 อาการบาดเจ็บจากการปั่นจักรยาน ที่นักปั่นต้องรู้

6 อาการบาดเจ็บจากการปั่นจักรยาน ที่นักปั่นต้องรู้

6 อาการบาดเจ็บจากการปั่นจักรยาน ที่นักปั่นต้องรู้

ด้วยเทรนด์จักรยานที่มาแรง ทำให้คนหันมาขี่จักรยานกันมากขึ้น ไม่ว่าจะขี่ออกกำลังกาย หรือ ใช้เป็นพาหนะในการเดินทาง และแน่นอนสิ่งที่นักปั่นหน้าใหม่ หน้าเก่า เลี่ยงไม่ได้คืออาการบาดเจ็บ หรือ เจ็บปวดตามร่างกาย โดยเฉพาะอาการ "เจ็บก้น" ที่เชื่อแน่ว่านักปั่นหน้าใหม่ต้องประสบด้วยตัวเองกันทุกคน วันนี้เลยคัดบทความดีๆ เรื่องการบาดเจ็บ และการแก้ปัญหา ของ ผศ.นพ.พิสิฏฐ์ เลิศวานิช จาก นิตยสาร Men′s health มาให้อ่านกัน

ปวดคอและหลัง
อาจเกิดขึ้นได้บ่อย โดยเฉพาะผู้ที่ปั่นจักรยานเสือหมอบ เพราะด้วยดีไซน์ของตัวจักรยานที่ต้องก้มตัวและเงยศีรษะในขณะปั่น เพื่อลดแรงต้านของอากาศตามหลักแอโรไดนามิก โดยจะสังเกตเห็นว่าระดับของอานจะอยู่สูงกว่าแฮนด์ (ซึ่งในการแข่งขันจักรยาน นักกีฬาและทีมงานต้องหารสารพัดวิธีในการเอาชนะแรงต้านอากาศ เพื่อให้เกิดการได้เปรียบคู่แข่ง และเป็นปัจจัยที่สำคัญต่อชัยชนะ) การที่ต้องอยู่ในท่าเดียวนาน ๆ นั้นจำเป็นต้องมีความพร้อมของกล้ามเนื้อคอ หลัง และลำตัวที่ดี ซึ่งมีทั้งความยืดหยุ่น ความแข็งแรง และความทนทาน นอกจากตัวนักกีฬาแล้ว จักรยานเองก็มีผลเช่นกัน ควรใส่ใจกับความสูงของอาน และระยะระหว่างอานกับแฮนด์ เช่น ถ้าตั้งอานสูงเกินไป นักกีฬาจะต้องก้มตัวและเงยศีรษะมากขึ้น เป็นต้น
นอกจากนี้ การปรับระดับของอานยังมีความสำคัญอย่างมากในการป้องกันการบาดเจ็บของขา โดยเฉพาะอย่างยิ่งในส่วนของข้อสะโพกและข้อเข่า ระดับของอานที่เหมาะสมคือ เมื่อคุณนั่งบนอาน และถีบขาให้บันไดวางเท้าอยู่ในตำแหน่งต่ำสุด (6 นาฬิกา) เข่าควรอยู่ในลักษณะงอประมาณ 30 องศา
ปวดก้น
เป็นปัญหาที่เจอบ่อยเช่นกัน โดยเฉพาะอย่างยิ่งพวกมือใหม่หัดปั่นทั้งหลาย ซึ่งเกิดในตำแหน่งของปุ่มกระดูกบริเวณก้นเกิดการกดและเสียดสีกับอาน หากปรับตำแหน่งอานและเลือกอานที่ไม่แข็งจนเกินไปก็พอจะช่วยบรรเทาอาการได้ ซึ่งใครที่ตั้งใจจะปั่นจักรยานจริงจัง แนะนำให้ลงทุนซื้อกางเกงสำหรับปั่นจักรยานมาสวมใส่ เพราะมีการบุนวมในบริเวณที่เป็นจุดกดหรือเสียดสี
มือชา
เกิดจากเส้นประสาทไปกดทับบริเวณโคนฝ่ามือด้านนิ้วก้อยซึ่งอาจเกิดจากการออกแรงกดส่วนดังกล่าวที่แฮนด์ในระหว่างการขับขี่มากเกินไปหรือนานเกินไป ทำให้เส้นประสาทถูกรบกวน เกิดอาการชาบริเวณนิ้วนางและนิ้วก้อยที่เลี้ยงด้วยเส้นประสาทเส้นนี้ หากไม่ได้รับการรักษาที่เหมาะสมอาจเกิดการอ่อนแรงของกล้ามเนื้อที่เลี้ยงโดยเส้นประสาทนี้ ซึ่งเป็นกล้ามเนื้อของมือที่ทำหน้าที่กางนิ้วและหุบนิ้ว การป้องกันสามารถทำได้โดยขยับมือเปลี่ยนตำแหน่งในการจับแฮนด์เป็นครั้งคราวในขณะขับขี่ และอาจสวมถุงมือเพื่อลดแรงกดต่อเส้นประสาท
ปวดเข่า
สามารถแบ่งกลุ่มใหญ่ ๆ ได้เป็นกลุ่มที่ปวดด้านหน้า และกลุ่มที่ปวดด้านข้างของข้อเข่า โดยอาการปวดบริเวณด้านหน้าของข้อเข่านั้นอาจสังเกตได้จากตำแหน่งที่มีอาการปวด หรือจุดที่กดเจ็บ โดยถ้าปวดบริเวณกระดูกสะบ้าหรือปวดลึก ๆ ก็จะเป็นปัญหาการอักเสบของกระดูกอ่อนผิวข้อของกระดูกสะบ้า ถ้าเจ็บบริเวณขอบบนหรือบริเวณเหนือต่อกระดูกสะบ้าก็จะเป็นการอักเสบของเอ็นกล้ามเนื้อต้นขา แต่ถ้าเจ็บต่ำกว่าระดับของกระดูกสะบ้าลงมาก็จะเป้นการอักเสบของเอ็นสะบ้า
อาการปวดด้านหน้าของข้อเข่ามีปัจจัยเสี่ยงจากการที่อานอยู่ในระดับที่ต่ำเกินไปซึ่งทำให้ข้อเข่าอยู่ในท่างอมากกว่าที่ควรจะเป็นการรักษานั้นควรลดความหนักของการปั่นลง โดยการปั่นในทางราบและใช้การปรับเกียร์เข้าช่วย ควรประคบเย็นซึ่งอาจทำง่าย ๆ โดยใช้ก้อนน้ำเข็งถูรอบ ๆ เข่าหลังจากการปั่น และอาจรับประทานยาแก้ปวดหรือคลายกล้ามเนื้อเพื่อบรรเทาอาการ เมื่อทุเลาลงแล้วก็ควรบริหารสร้างความแข็งแรงของกล้ามเนื้อต้นขาต่อไป
ปวดด้านข้างสะโพก และปวดด้านข้างข้อเข่า
มักเป็นปัญหาที่เกี่ยวกับเอ็นแผ่ซึ่งอยู่ด้านข้างของสะโพกและต้นขามีชื่อว่า IT Band โดยในระหว่างการปั่นอาจเกิดการเสียดสีกับปุ่มกระดูกบริเวณด้านข้างของสะโพก และปุ่มกระดูกด้านข้างของกระดูกต้นขาส่วนปลายซึ่งจะอยู่เหนือจากแนวข้อเข่าขึ้นมาเล็กน้อย ปัจจัยเสี่ยงคือการที่อานอยู่ในระดับที่สูงเกินไป ทำให้ขณะปั่นข้อเข่าอยู่ในท่าเหยียดมากกว่าที่ควรจะเป็น ทำให้ IT Band ตึงและเกิดอาการปวดในบริเวณดังกล่าว การรักษาก็ทำคล้ายกับอาการปวดเข่า คือ ลดความหนักของการปั่นลง ประคบเย็น รับประทานยาบรรเทาอาการ และควรบริหารเพื่อยืดเหยียด IT Band รวมทั้งกล้ามเนื้อข้อสะโพกด้านข้างและด้านหลัง
ปวดเอ็นร้อยหวาย
ซึ่งจะคลำได้เป็นลำเอ็นที่ด้านหลังของข้อเท้าโดยเอ็นนี้จะเป็นเอ็นของกล้ามเนื้อน่องทำหน้าที่ออกแรงจิกปลายเท้าลง อาการปวดที่เกิดขึ้นเป็นการอักเสบของเอ็นร้อยหวาย ปัจจัยเสี่ยงที่อาจทำให้เกิดอาการนี้ ได้แก่ การวางเท้าบนบันไดในตำแหน่งที่ค่อนไปทางด้านหลังมากกว่าที่ควรจะเป็น จนทำให้ต้องมีการเคลื่อนไหวของข้อเท้ามากขึ้น หรืออานอยู่ในระดับที่ต่ำเกินไป ก็จะทำให้กล้ามเนื้อน่องทำงานได้ไม่เต็มที่ การตึงตัวของกล้ามเนื้อน่องและเอ็นร้อยหวายเป็นภาวะที่พบได้บ่อยในนักปั่น ซึ่งต้องอาศัยการยืดเหยียดกล้ามเนื้อบ่อย ๆ โดยการยืนแล้วางเท้าข้างที่ต้องการยึดกล้ามเนื้อไปด้านหลัง จากนั้นโน้มตัวมาด้านหน้าโดยการงอเข่าของขาหน้า ส่วนขาหลังไม่ยกส้นเท้า เข่าควรอยู่ในท่าเหยียดตรง
การปั่นจักรยานถือเป็นรูปแบบของการออกกำลังกายเพื่อสุขภาพ ที่สามารถใช้เป็นอีกหนึ่งทางเลือกในการเดินทาง การใส่ใจในรายละเอียดของจักรยาน ท่าทางในการปั่นและการบริหารเพื่อให้กล้ามเนื้อที่ต้องใช้มีทั้งความแข็งแรงและยืดหยุ่นดีจะช่วยในการป้องกันการบาดเจ็บได้นอกจากนี้คงต้องช่วยกันผลักดันในเชิงนโยบายสาธารณะให้มีการส่งเสริมความปลอดภัยในการปั่นจักรยานบนท้องถนนมากขึ้นเชื่อว่าอาจทำให้ชาวกรุงอีกหลายคนหันมาปั่นจักรยานเพื่อสุขภาพกันมากขึ้น

ที่มา นิตยสาร Men′s health